bootstrap themes
Mobirise

ประสบการณ์การเรียน ป.ตรี และ โท / ทำไมอยากเรียนต่อ? 
โดย นางสาวอริสา พูนศรี (พิม) นิสิต BME รุ่นที่ 5

ชีวิต ป.ตรี
หากย้อนไปตอนเรียน ป.ตรี ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ตอนแรกยังไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองชอบอะไร พอได้ลองเรียน ลองเข้า Lab ของภาควิชา และ ได้ฝึกงานในที่ต่าง ๆ ก็ทำให้ได้รู้ว่าอยากทำอะไรต่อดีหลังจากเรียนจบ เมื่อตอนเข้าเรียนใหม่ๆ ทั้งอาจารย์และรุ่นพี่แนะนำว่า ลองไปฝึกงานดูว่าจะได้รู้ว่าชอบอะไร เมื่อจบปี 2 พิมได้ลองไปฝึกงาน 2 ที่ คือ ที่โรงพยาบาล และ ที่มหาวิทยาลัย ในส่วนของการฝึกงานที่โรงพยาบาล พิมได้ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลสินแพทย์ ได้ลองไปช่วยพี่ๆเขาตรวจความพร้อมการใช้งานของเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆในโรงพยาบาล สนุกดีที่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่พอทำแบบนี้ทุกวันก็เบื่อๆนิดหน่อย ในส่วนของการอบรมฝึกงานที่มหาวิทยาลัย พิมได้ไปอบรมเกี่ยวกับด้านการประมวลผลภาพและสัญญาณ ที่มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทำให้มีความรู้พื้นฐานในด้านนี้
     พอปี 3 ได้มาเรียนและเข้า Lab เรื่องนี้อีก ความรู้พื้นฐานจากการฝึกงานทำให้เรียนวิชานี้เข้าใจง่ายขึ้นและใช้งานโปรแกรมถนัดขึ้น พิมเลยสนุกไปกับมัน อาจารย์แนะนำว่า “หากสนใจด้านนี้ลองไปฝึกงานเป็นผู้ช่วยวิจัยที่ NECTEC ดูสิ” จบปี 3 พิมก็ลองสมัครดูตอนนั้นฝึกงานที่หน่วยวิจัย SizeThailand Lab ที่ NECTEC อาจารย์ที่ Lab ได้เสนอหัวข้อมาหัวข้อหนึ่ง เกี่ยวกับโปรแกรมการอ่านฉลากโภชนาการจากภาพถ่าย เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก ตอนนั้นยังเขียนโปรแกรมไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ จึงปรึกษาเพื่อนๆ พี่ๆ และค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อทำให้ทันในระยะเวลาที่อาจารย์กำหนด รวมถึงต้องบันทึกผลและเขียนรายงานด้วย ตอนนั้นกดดันนิดหน่อย แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในชีวิต ซึ่งมันสนุกมากๆ และเพื่อนๆที่ฝึกงานที่ NECTEC ก็ได้เขียนโปรแกรมในหัวข้อที่หลากหลาย ทำให้พิมคิดว่าการเขียนโปรแกรมเนี่ย มันไม่มีที่สิ้นสุดและยังคิดต่อยอดต่อไปได้เรื่อยๆ อีกด้วย
     พอขึ้นปี 4 ก็ได้เรียนเกี่ยวกับการทำงานวิจัย และได้รู้จักการตีพิมพ์วารสารวิชาการ หรือ ที่เรียกกันว่า Paper พิมทำงานวิจัยเรื่องการจำแนกฟันจากภาพเอกซเรย์ เป็นหัวข้อที่น่าสนใจเช่นกัน พิมได้ลองเขียน Paper ส่งงานประชุมวิชาการต่างๆ (Conference) เช่น KST2016 ที่ เชียงใหม่ และ BMEiCON2016 ที่ประเทศลาว เป็นงานที่ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับงานวิจัย แถมยังได้ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษ ได้ไปเปิดหูเปิดตาในสถานที่ใหม่ๆ พบปะผู้คนใหม่ๆ นักศึกษา อาจารย์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่มีความสนใจด้านวิชาการกลุ่มเดียวกัน การมางาน Conference แบบนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีและสนุกมากๆ คือมีผลงาน แถมยังได้เปิดหูเปิดตานอกสถานที่ และได้เที่ยวอีกต่างหาก ^__^ หากจะไป Conference หรือ งานวิชาการพวกนี้เราจะต้องมีผลงาน มีงานวิจัยของตัวเองไปนำเสนอ โดยงานวิจัยจะต้องนำเสนอในเรื่องที่แปลกใหม่ หรือมีวิธีการใหม่ๆที่น่าสนใจ ซึ่งมนุษย์เราสามารถคิดค้น ศึกษา และ ประดิษฐ์ สิ่งที่ทันสมัย และน่าสนใจ ต่อยอดไปเรื่อยๆ โดยเราสามารถแลกเปลี่ยนแนวคิดต่างๆ ได้ตามงานวิชาการ หรือในห้องเรียน ความรู้ใหม่ๆ และ ความคิดเห็นต่างๆ เหล่านี้อาจจะนำไปต่อยอดออกมาเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่มีประโยชน์ต่อไปในอนาคตได้
     การทำงานวิจัยถึงแม้จะเครียดบ้างตอนแก้บางจุดไม่ออก แต่มันน่าสนุก ท้าทาย และเป็นสิ่งที่เราสามารถคิดต่อยอดได้เรื่อยๆ เพราะอย่างนี้จึงทำให้อยากจะเป็นนักวิจัย หรือเป็นอาจารย์ จึงเลือกเรียนต่อ ป.โท-เอก ไปเลย
Mobirise
รูปที่ 1 เข้าร่วมการนำเสนอผลงาน ในงานประชุมวิชาการ KST 2016 Conference ซึ่งขณะนั้นพิมเรียนอยู่ในระดับ ปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ มศว
Mobirise
รูปที่ 2 ถ่ายรูปกับ พ่อ แม่ งานรับปริญญาระดับปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์

ชีวิต ป.โท
พิมเรียนต่อ ป.โท ที่ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ บางมด นั่นเอง เนื่องจากมีความสนใจด้านการประมวลผลภาพ จึงเลือกเรียนที่นี่ เพราะมี Lab ทางด้าน Image Processing/ Computer Vision โดยใช้เวลาเรียน 2 ปี ได้เรียนรู้เรื่องการเขียนงานวิจัยมากขึ้น มีความรู้ในการเขียนโปรแกรม และ การประมวลผลภาพมากขึ้น อาจารย์สอนสนุกมากๆ เรียนที่นี่พิมได้รับโอกาสมากมาย ทั้งได้นำเสนอผลงานของเราในที่ต่างๆ ได้ช่วยงานวิจัยของอาจารย์ และมีโอกาสได้ไปฝึกงานต่างประเทศอีกด้วย
     พิมมีโอกาสได้ไปนำเสนอผลงาน 2 ที่ คือ ICITEE2017 ที่ภูเก็ต และ IWAIT2018 ที่เชียงใหม่ โดยงานวิจัยที่ทำคือ การตรวจจับการล้มจากภาพวีดีโอ การไปนำเสนอผลงานครั้งนี้ทำให้รู้จักผู้คนมากขึ้น ได้ฝึกทักษะการนำเสนอ และได้แนวคิดจากผู้อื่นที่มีต่องานเราเพื่อนำไปปรับปรุงงานเราให้ดีขึ้นอีกด้วย
ในระหว่างเรียน ป.โท พิมมีโอกาสได้ไปฝึกงานช่วงปิดเทอม ปี1 ที่ University of Electronics and Communication (UEC), Tokyo ประเทศญี่ปุ่น พิมได้ไปฝึกงานในแลป Computer Vision อาจารย์มอบหมายให้จับคู่กับนักเรียนญี่ปุ่นทำผลงานออกมา เกี่ยวกับการบังคับโดรนจากกล้อง สนุกมากๆ ได้ฝึกนำเสนองานที่ทำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำให้ได้รู้จักเพื่อนชาวญี่ปุ่น และได้รู้จักวัฒนธรรมญี่ปุ่น และ ได้เห็นสถานที่ใหม่ๆ อีกต่างหาก เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ ในการฝึกงานครั้งนี้ ทำให้หลงไหลประเทศญี่ปุ่นไปเลยและอยากจะกลับไปที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง
Mobirise
รูปที่ 3 ถ่ายกับเพื่อนๆและอาารย์ใน Lab และไปเที่ยววัดพระใหญ่ Kōtoku-in เมือง Kamakura ในช่วงที่ไปฝึกงานที่ UEC Tokyo ประเทศญี่ปุ่น
Mobirise
รูปที่ 4  เที่ยว Doraemon Museum และได้ไป Tokyo Disneyland ในช่วงที่ไปฝึกงานที่ UEC Tokyo ประเทศญี่ปุ่น
     นอกจากนี้ ขณะเรียน ป.โท ก็ต้องหาทุน ป.เอกด้วย ซึ่งพิมอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นมาก พิมได้ลองยื่นสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่น Monbukagakusho หรือ MEXT เพื่อเรียนต่อปริญญาเอกที่ประเทศญี่ปุ่น พิมรู้จักทุนนี้จากอาจารย์ และรุ่นพี่ BME พิมสมัครที่ University of Fukui เพราะอาจารย์ญี่ปุ่น เขาแนะนำทุกอย่างในเรื่องการสมัคร คอยแจ้งข่าวการสมัครและวันส่งเอกสาร อาจารย์ดูใจดีมากๆ เลยสมัครที่นี่ดู
     หลังจากสอบจบ อาจารย์ที่พิมช่วยงานอยู่ ได้เสนอให้ไปฝึกงานที่ออสเตรีย ที่แลป Machine Vision ที่มหาวิทยาลัย FH Upper Austria ที่เมือง Wels จึงตอบตกลงไป เพราะเป็นโอกาสที่ดีมากๆที่ได้ไปยุโรปครั้งแรกเลย มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ในชีวิตพิม นอกจากจะได้ความรู้มากขึ้นในการฝึกใช้โปรแกรมและทำโปรเจคย่อย ยังได้เจอเพื่อนๆ ทั้งนักเรียนแลกเปลี่ยนด้วยกันและนักเรียนชาวออสเตรียด้วย ทำให้รู้จักวัฒนธรรมที่ต่างจากเรา สถานที่สวย แปลกตา และ สภาพอากาศที่ต่างจากไทยสุดๆ สนุกมากๆเลย ก่อนกลับจากออสเตรีย ผลทุน ป.เอก ก็ประกาศจนได้ ผลออกมาว่าพิมได้ทุนด้วย ดีใจมากๆ ที่ได้สมัครทุนนี้ จะได้ไปญี่ปุ่นอีกแล้ว เย้ๆ
Mobirise
รูปที่ 5 หมู่บ้านฮัลชตัท (Hallstatt) ออสเตรีย เป็นสถานที่ที่พิมแวะไปเที่ยวตอนไปฝึกงานที่ มหาวิทยาลัย FH Upper Austria ประเทศออสเตรีย
Mobirise
รูปที่ 6 ศาลาว่าการกรุงเวียนนา (Vienna City Hall) ออสเตรีย เป็นสถานที่ที่พิมแวะไปเที่ยวตอนไปฝึกงานที่ มหาวิทยาลัย FH Upper Austria ประเทศออสเตรีย
Mobirise
รูปที่ 7 เกาะกลางทะเลสาบเบล็ด (Lake Bed) สโลวีเนีย เป็นสถานที่ที่พิมแวะไปเที่ยวตอนไปฝึกงานที่ มหาวิทยาลัย FH Upper Austria ประเทศออสเตรีย
     สิ่งที่พิมอยากจะแนะนำและบอกต่อสำหรับน้องๆที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ให้ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองลองทำมันดูหลายๆอย่างก่อน อย่างพี่ลองไปฝึกงานทั้งสายทำงานโรงพยาบาล ทั้งสายเขียนโปรแกรม ตอนแรกพี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าอยากเรียนต่อ จนได้มีโอกาสไปฝึกงาน เข้า Lab ต่างๆ ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ มันสนุกมาก ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ฝึกความมั่นใจ และ ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษจากการนำเสนอผลงาน จนรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร (ที่ชอบสุดคือ ได้เที่ยว 55)
    โชคดีนะทุกคน ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะ

ผู้แต่งบทความ

นางสาวอริสา พูนศรี (พิม) 
วศบ. ชีวการแพทย์ มศว รุ่น 5
นักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น Monbukagakusho (MEXT) ประจำปี 2561